2 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น. พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธีทางศาสนา และพิธีบวงสรวง เนื่องในโอกาส ครบรอบ 93 ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง และครบรอบ 21 ปี การก่อตั้งมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง เริ่มขึ้นด้วยพิธีสงฆ์ เวลา 08.00 น. ภายในโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จากนั้นเวลา 09.09 น. เป็นประธานจุดธูปเทียนพิธีบวงสรวง ณ บริเวณด้านหน้าศาลาเฉลิมกรุง ต่อด้วยการแสดงรำบวงสรวง ชุด เทพมารดาประทานพร แสดงโดยนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง เพื่อเป็นการอัญเชิญเทพมารดาทั้ง 7 องค์ ได้แก่ พระอุมา พระลักษมี พระสุรัสวดี พระสุชาดา พระธรณี พระคงคา และพระโพสพ เสด็จมาประทานพรชัยมงคลและความเป็นสิริมงคลแก่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป
จากนั้นเวลา 09.45 น. ประธานในพิธีมอบทุนกองทุนนาฏดุริยางคศิลปไทย “มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง” จำนวน 1 ทุน ให้แก่ นางวัชรมณฑ์ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย(เครื่องสาย) วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และมอบทุนให้แก่นักแสดงอาวุโสที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ จำนวน 4 ทุน ได้แก่ ผู้แทน นางน้ำเงิน บุญหนัก, นางกานดา นามแย้มแป้น, ผู้แทน นายชูศักดิ์ สุธีรธรรม และนายคมกฤช ยุตติยงค์ เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลต่อไป
“ศาลาเฉลิมกรุง” เป็นโรงมหรสพหลวงแห่งแรกของประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า 9 ล้านบาท เป็นทุนในการจัดสร้างโรงมหรสพขนาดใหญ่ที่มีความทันสมัยขึ้น เพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย พระราชทานชื่อ "ศาลาเฉลิมกรุง" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครครบรอบ 150 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ด้วยพระองค์เอง ศาลาเฉลิมกรุงเปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2476 ปัจจุบันยังคงมีความโดดเด่นเป็นสง่าด้วยเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เป็นโบราณสถานที่สำคัญในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณ สี่แยกเฉลิมกรุง 93 ปี โรงมหรสพหลวงแห่งนี้ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม เป็นโรงมหรสพหลวงที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่ากึ่งศตวรรษ เต็มไปด้วยเรื่องราว เรื่องเล่า ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ ที่มีความผูกพันกับชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากเป็นศูนย์รวมของผู้เกี่ยวข้องในวงการบันเทิงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสถานที่ให้ความบันเทิงครบทุกรูปแบบ ทั้งฉายภาพยนตร์ โขน ละครและดนตรีเป็นสถาบันสัญลักษณ์แห่งการนำเสนอการแสดงศิลปวัฒนธรรมประจำชาติสืบสานมรดกอันทรงคุณค่า...ให้อยู่คู่แผ่นดินไทย สมดังพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 และพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดด้านศิลปวัฒนธรรมสืบต่อไป